BOARD ROOM

หุ้น IPO กับ พี่หมาป่า “ONEE”

บริษัท เดอะวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จํากัด (มหาชน) “ONEE” หรือ “กลุ่มบริษัทฯ” ประกอบธุรกิจในฐานะ Holding Company ที่มีธุรกิจครอบคลุม อุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิงแบบต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีความเชี่ยวชาญในการผลิตคอนเทนต์ที่มีเอกลักษณ์และครบวงจร จากรากฐานการ เป็นผู้ผลิต และสร้างสรรค์คอนเทนต์หลายประเภทที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมตามกลุ่มคนดูที่มีความหลากหลาย

 

ตลอดจนการนําคอนเทนต์ ดังกล่าวไปเผยแพร่ในหลายช่องทางที่ครอบคลุมทั้งช่องทางออฟไลน์ (Offline) ได้แก่ ช่องทางโทรทัศน์ ช่องทางวิทยุ และช่องทางออนไลน์ (Online) ทั้ง Social Media และ OTT Platform ทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้ทีมผู้บริหารและบุคลากรมืออาชีพที่มีประสบการณ์ใน อุตสาหกรรมสื่อ และ ความบันเทิงมาอย่างยาวนาน

วิสัยทัศน์

“เป็นผู้นําในการสร้างความบันเทิง ความรู้ แรงบันดาลใจ เพื่อส่งมอบความสุขให้ผู้ชมทุกเพศ ทุกวัย ภายใต้คุณภาพระดับสากลที่ผสานความเป็นไทยสู่เวทีโลก”

พันธกิจ

“สร้างสรรค์และผลิตรายการคอนเทนต์ ผ่านทุกช่องทางการสื่อสารแบบครบวงจร ให้สอดรับกับทุกยุคสมัย เพื่อสร้างความนิยม ผลประกอบการที่ดี และมีความรับผิดชอบต่อสังคม

พร้อมพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน”

 

บิสซิเนสโมเดลหารายได้ต้นน้ำยันปลายน้ำ

คุณระฟ้า ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดกลุ่ม ONEE ผู้บริหาร New Gen ทายาทอากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ให้ข้อมูลว่าบิสซิเนสโมเดลของ ONEE เป็นรูปแบบที่เรียกว่า Vertically Integrated Service Provider คือ ทำตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ โดยคอนเทนต์ 95% ผลิต In-house และกระจายเผยแพร่ในช่องทางทีวี ออนไลน์ และออนกราวด์ เพื่อหารายได้ทุกแพลตฟอร์ม จุดที่แตกต่างมี 3 ประเด็นหลัก

  1. การเก็บดาต้าผู้ชมทุกแพลตฟอร์มมาวิเคราะห์ เพื่อผลิตคอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างรายได้มากขึ้น ในปี 2563 ผลิตคอนเทนต์ 4,619 ชั่วโมง ปี 2564 น่าจะอยู่ที่ 7,000 ชั่วโมง การผลิตคอนเทนต์มีอัตราทำกำไรเพิ่มขึ้นจาก 2561 อยู่ที่ 40% ปี 2564 เป็น 52%
  2. การหารายได้รูปแบบ Long-Tail จากทุกแพลตฟอร์ม ด้วยต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ครั้งเดียว
    – คอนเทนต์ทีวี (ผู้ชมอายุ 35 ปีขึ้นไป) รายได้จากจากทีวี 82% ออนไลน์และช่องทางต่างประเทศ (ขายไลเซนส์) 18%
    – คอนเทนต์มัลติ-แชนแนล (ผู้ชมอายุน้อยกว่า 35 ปี) รายได้จากทีวี 29% ออนไลน์และช่องทางต่างประเทศ 31% และช่องทางอื่นๆ (อีเวนต์ เมอร์เชนไดซิ่ง พรีเซ็นเตอร์) 40%
  3. ปรับรูปแบบการนำเสนอคอนเทนต์ตามพฤติกรรมผู้ชมและหารายได้ตามเม็ดเงินโฆษณาในแต่ละช่องทาง
    – ปี 2558 รายได้มาจากทีวี 93.8% และช่องทางอื่นๆ 6.2%
    – ปี 2563 รายได้มาจากทีวี 48% ออนไลน์ 21% ต่างประเทศ 5% และช่องทางอื่นๆ 27%

 

แหล่งรายได้ 4 ธุรกิจหลัก

สำหรับช่องทางสร้างรายได้ ONEE มาจาก 4 ธุรกิจหลัก

  1. ทีวีเป็นรายได้หลักสัดส่วน 48% เนื่องจากเป็นสื่อที่ครองเม็ดเงินโฆษณาสูงสุดของอุตสาหกรรมโฆษณา แต่ก็มีทิศทางปรับตัวลงตลอดช่วง 6 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ย 5.6% แต่รายได้ “ช่องวัน” เติบโตทุกปีเฉลี่ย 7.7% จากเรตติ้งไพรม์ไทม์เพิ่มขึ้น ปี 2561 อยู่อันดับ6 ปี 2564 อยู่อันดับ3 โดยทั้งช่องวันและจีเอ็มเอ็ม 25 มีส่วนแบ่งการตลาดโฆษณาทีวี ในปี 2561 ที่ 8.5% ส่วนครึ่งปีแรก 2564 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18.4%
  2. ออนไลน์โดยสร้างยอดผู้ชมจากโซเชียล มีเดีย อย่างเฟซบุ๊ก ยูทูบ ไอจี TikTok (ปัจจุบัน ONEE เป็นคอนเทนต์ประเภท Non Music ที่มีผู้ชมอันดับหนึ่งในยูทูบและเฟซบุ๊ก), OTT Platforms ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ Netflix, LINE TV, Disney+ Hotstar, WeTV, Viu, TRUE ID, AIS Play, IQIYI เป็นต้น รวมทั้ง แอปพลิเคชั่นของตัวเอง คือ ONE31, GMM TV และ Atime
  3. ต่างประเทศการรับจ้างผลิตคอนเทนต์ ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้ประเทศไทยเป็น Content Hub ของเอเชีย ปัจจุบัน OTT Platform ยักษ์ใหญ่ อย่าง Netflix ประกาศแผนชัดเจนว่าจะลงทุนกับคอนเทนต์ในเอเชียเพิ่มขึ้นเท่าตัว หรือ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่นเดียวกับ Disney+ จะลงทุนผลิตคอนเทนต์เพิ่มขึ้นในเอเชีย 6-9 เท่า

ปัจจุบันผู้ผลิตคอนเทนต์หลักๆ ในเอเชีย คือ จีน และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีต้นทุนสูง ดังนั้น OTT Platforms ต่างๆ จึงเริ่มมองหาฮับผลิตคอนเทนต์ในเอเชียใหม่และมองมาที่ประเทศไทย เพราะอาเซียน ยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงสำหรับ OTT Platforms จากจำนวนประชากร 600 ล้านคนใกล้เคียงกับยุโรปและมีจีดีพีโตสูงก่อนโควิด 3-6%

ประเทศไทยเองมีความสามารถในการสร้างคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงในระดับภูมิภาค และกลุ่ม ONEE ก็มีประสบการณ์สร้างคอนเทนต์ดังในระดับโลก อย่างซีรีส์ “เด็กใหม่ ซีซัน 2” ติดท็อปเทนใน Netflix กว่า 10 ประเทศทั่วโลก เช่น บราซิล โรมาเนีย เปรู กาตาร์ โบลิเวีย ปัจจุบัน ONEE มีฐานผู้ชมครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและอีกกว่า 15 ประเทศทั่วโลก

“เราเริ่มจับสูตรการผลิตคอนเทนต์ ที่สามารถสร้าง storyline และได้ความนิยมในต่างประเทศมากขึ้น เราพยายามจะเป็น Soft Power ที่สำคัญให้กับประเทศไทยในด้านการผลิตคอนเทนต์บันเทิง บริษัทบันเทิงทั่วโลกเองไม่มีสูตรสำเร็จการทำธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ให้ประสบความสำเร็จ 100% แต่หากดูจากประสบการณ์ของ ONEE ตลอด 30 ปี ตั้งแต่ยุคทีวีโปรดักชั่น เราแม่นขึ้นในทุกวัน”

4.อีเวนต์-บริหารศิลปิน เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่ ONEE มีจุดเด่นปัจจุบันมีทาเลนต์กว่า 200 คน ทั้งพระเอก นางเอก พิธีกร ดีเจ ผู้ประกาศข่าว ผู้สื่อข่าว โดยมีการบริหารจัดการครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกทาเลนต์ใหม่ๆ พัฒนาความสามารถ สร้างแบรนด์ปั้นให้เป็นไอดอล และหารายได้ ผ่านช่องทางพรีเซนเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ สินค้าเมอร์เชนไดส์ และอีเวนท์ ทั้งออฟไลฟ์และออนไลน์)

สรุปรายได้ 3 ปีก่อน IPO

ภาพรวมผลการดำเนินงาน ONEE ย้อนหลัง 3 ปี มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.7%
– ปี 2561 รายได้ 4,199 ล้านบาท กำไรสุทธิ 72 ล้านบาท
– ปี 2562 รายได้ 4,818 ล้านบาท กำไรสุทธิ 227 ล้านบาท
– ปี 2663 รายได้ 4,875 ล้านบาท กำไรสุทธิ 657 ล้านบาท
– ปี 2564 (6เดือนแรก) รายได้ 2,782 ล้านบาท กำไรสุทธิ 455 ล้านบาท

 

เคาะราคา IPO 7.50 – 8.50 บาทต่อหุ้น

– โดย ONEE เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 496,252,500 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 20.8% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการ IPO ซึ่งประกอบไปด้วย 1. หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 476,250,000 หุ้น และ 2. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยบริษัท ซีเนริโอ จำกัด จำนวนไม่เกิน 20,002,500 หุ้น

– บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 7.50 – 8.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าเสนอขายไม่เกิน 3,722 – 4,218 ล้านบาท

– ราคา IPO เบื้องต้นที่ 7.50 – 8.50 บาทต่อหุ้น กำหนดจากผลตอบรับและความสนใจเบื้องต้นของนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเชื่อว่าเป็นช่วงราคาเสนอขายที่มีความเหมาะสมสะท้อนปัจจัยพื้นฐานและ ศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ประกอบกับความโดดเด่นและความแตกต่างของ ONEE ที่ไม่เหมือนกับผู้เล่นรายอื่นในธุรกิจสื่อและความบันเทิงของประเทศไทย พร้อมทั้งได้พิจารณาถึงสภาวการณ์ตลาดโดยรวมและเสถียรภาพของราคาหุ้นในระยะยาว

– P/E Ratio ของ ONEE เทียบเคียงที่จดทะเบียนในตลาดฯ จำนวน 2 บริษัท ที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกัน เท่ากับประมาณ 32.9 – 75.1 เท่า

– ONEE มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ

– เตรียมเปิดจองซื้อวันที่ 20-21, 25-26 ตุลาคม 2564 โดยจะต้องชำระเงินที่ราคา 8.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขาย (วันที่ 27 ตุลาคม ประกาศราคาสุดท้าย) หากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายดังกล่าว ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์จะคืนเงินจองซื้อแก่นักลงทุนภายใน 10 วันทำการนับจากวันจองซื้อวันสุดท้ายสำหรับผู้จองซื้อทุกประเภท

– เปิดจอง IPO ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร และบริษัทหลักทรัพย์อีก 6 ราย คือ กรุงไทย ซีมิโก้, ทิสโก้, ธนชาต, ฟินันเซีย ไซรัส, หยวนต้า และเอเซีย พลัส

 

 

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น IPO กลุ่ม ONEE รวม 496,252,500 หุ้น ดังนี้
– บุคคลทั่วไปตามการจำหน่ายของหลักทรัพย์ 108,500,000 หุ้น สัดส่วน 21.9%
– นักลงทุนสถาบัน หรือนิติบุคคล 297,752,500 หุ้น สัดส่วน 60%
– ผู้มีอุปการคุณของบริษัท 36,500,000 หุ้น สัดส่วน 7.4%
– บุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัท 25,000,000 หุ้น สัดส่วน 5%
– พนักงานบริษัท 28,500,000 หุ้น สัดส่วน 5.7%

– หุ้น ONEE คาดว่าจะเปิดซื้อขายวันแรกใน SET ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2564

 

กลยุทธ์เติบโต 3-5 ปี

การเข้าระดมทุนในตลาดฯ ของ ONEE คาดว่าจะได้เงินจาก IPO ราว 3,722 – 4,218 ล้านบาท โดยจะนำเงินที่ได้ไปใช้เป็นกลยุทธ์การเติบโตในช่วง 3-5 ปี ดังนี้

– ลงทุนผลิตรายการและเพิ่มรายการ 500 ล้านบาท ภายในปี 2567 ลงทุนระบบไอทีและพัฒนาช่องทางออนไลน์ 130 ล้าน และจ่ายเงินค่าซื้อกิจการกลุ่ม GMMCH 2,200 ล้านบาท และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
– แผนการพัฒนารายการและเพิ่มงบผลิตคอนเทนต์ทางทีวีช่องวัน เพื่อรักษาเรตติ้งไพร์มไทม์อันดับ 3 และผลิตรายการให้กับทีวีช่องอื่นๆ
– การร่วมลงทุน (Co-Invest) หรือ ร่วมผลิตรายการ (Co-produce) กับพันธมิตรระดับโลก 3-4 ราย เพื่อผลิตคอนเทนต์เผยแผร่ในระดับภูมิภาค และระดับโลก ไทยมีจุดเด่นความแตกต่างความเป็นไทย (Thainess) ที่ชาวโลกสนใจ และหาวิธีเล่าเรื่องให้เป็นอินเตอร์ เพื่อไปทำตลาดระดับโลกและสู้คู่แข่งได้
– ขยายการผลิตคอนเทนต์ตลาดต่างประเทศให้ครอบคลุมมากขึ้น จาก 4 ประเทศ เป็น 11 ประเทศในอีก 3-5 ปี
– เป้าหมาย 3-5 ปี ONEE จะมีรายได้เติบโตต่อเนื่อง สัดส่วนรายได้แบ่งเป็น ทีวี 40-45% ช่องทางออนไลน์ 25-28% ช่องทางต่างประเทศ 7-10% ช่องทางอื่นๆ 12-25%

#bidennews #หมาป่าแห่งวอลสตรีท

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also
Close
Back to top button