Daily NewsRecent Posts

BPP แข็งแกร่ง ปี64 ทำรายได้ 6,784 ลบ.

ผลประกอบการบ้านปู เพาเวอร์ปี 2564 แข็งแกร่งต่อเนื่อง เน้นเติบโตด้วยเมกะวัตต์คุณภาพ และขยายการลงทุนในประเทศศักยภาพ ปี 2564 มีรายได้ 6,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 โรงไฟฟ้าทุกแห่งเดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ มุ่งขยายกำลังผลิตจาก 3,242 เมกะวัตต์ในปัจจุบัน สู่เป้าหมาย 5,300 เมกะวัตต์ภายในปี 2568 ด้วยกลยุทธ์ Greener & Smarter และการผสานความร่วมมือในกลุ่มบ้านปู (Banpu Ecosystem) เดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศศักยภาพ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและการซื้อขายไฟฟ้าในตลาดเสรี และเทคโนโลยีพลังงานในเวียดนาม

BPP ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพเพื่อโลกที่ยั่งยืน ด้วยสมดุลของพอร์ตธุรกิจจากทั้งพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป (Thermal Power Business) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Power Business) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2564 มีรายได้ 6,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 3,487 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,127 ล้านบาท ปีที่ผ่านมา BPP สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และรักษาเสถียรภาพในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าทุกแห่ง โดยโรงไฟฟ้าเอชพีซี (HPC) ใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ในไทย มีค่าความพร้อมจ่าย (Equivalent Availability Factor: EAF) สูงถึงร้อยละ 85 และร้อยละ 91 ตามลำดับ ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Combined Heat and Power: CHP) ทั้ง 3 แห่งในจีน สามารถสร้างรายได้จากปริมาณการขายไอน้ำที่เพิ่มขึ้น รองรับความต้องการของลูกค้าภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังรับรู้ผลกำไรจากโรงไฟฟ้านาโกโซ (Nakoso IGCC) ในญี่ปุ่น และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I ในสหรัฐอเมริกาพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเมกะวัตต์คุณภาพ (Quality Megawatt) สู่เป้าหมาย 5,300 เมกะวัตต์ภายในปี 2568

ด้านความสำเร็จในการสร้างการเติบโตของเมกะวัตต์คุณภาพ (Quality Megawatt) นับตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน BPP สามารถขยายกำลังผลิตและเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าในพอร์ตธุรกิจตามสัดส่วนการลงทุนเพิ่มขึ้น 580 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High Efficiency, Low Emissions: HELE) รวม 457 เมกะวัตต์ โดยมาจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I ในสหรัฐอเมริกา และโรงไฟฟ้านาโกโซ (Nakoso IGCC) ในญี่ปุ่น และกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใน 3 ประเทศ เพิ่มขึ้นรวม 123 เมกะวัตต์ จากการซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 แห่งในออสเตรเลีย การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 3 แห่ง และธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปในเวียดนาม และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 3 แห่งในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเตรียม COD โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมหวินเจา (Vinh Chau) ระยะที่ 1 ในเวียดนามในไตรมาส 1/2565 อีกด้วย ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีกำลังผลิตรวม 3,242 เมกะวัตต์เทียบเท่า

นายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “BPP เร่งเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายกำลังผลิต 5,300 เมกะวัตต์ในอีก 4 ปีข้างหน้า โดยเน้นการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าที่มีคุณภาพ (Quality Megawatt) ที่สร้างผลตอบแทนที่ดี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นตามกลยุทธ์ Greener & Smarter, มุ่งสร้างการเติบโตในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงานผ่านการลงทุนในบ้านปู เน็กซ์ โดยลงทุนในประเทศที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง เช่น เวียดนาม โดยนอกจากการเข้าไปลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมแล้ว ล่าสุดยังได้ลงทุนในธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป โดยได้ลงนามในสัญญาจองซื้อหุ้นในอัตราร้อยละ 49.04 ของ Solar Esco Joint Stock Company ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของเวียดนามที่ให้บริการแพลตฟอร์มโซลาร์รูฟท็อปแบบครบวงจร ตอกย้ำการขยายเมกะวัตต์ผ่านการผสานความร่วมมือในกลุ่มบ้านปู, สร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น พร้อมมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ในโรงไฟฟ้า HELE ในประเทศที่มีศักยภาพ, รวมทั้งเดินหน้าการขยายธุรกิจในสหรัฐอเมริกาจากระบบนิเวศของกลุ่มบ้านปู (Banpu Ecosystem) หาโอกาสการลงทุนตลอดห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและการซื้อขายไฟฟ้าในตลาดเสรี (Energy Trading) พร้อมศึกษาการผสานห่วงโซ่อุปทานในการนำก๊าซธรรมชาติจากแหล่งบาร์เนตต์ (Barnett) ของบ้านปูมาใช้ในโรงไฟฟ้า Temple I เพื่อประโยชน์ในการควบคุมต้นทุนและเพิ่มกำไรจากการดำเนินงาน

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2564 ในอัตราหุ้นละ 0.65 บาท โดยกําหนดจ่ายเงินปันผลคงเหลือในงวดนี้อีกหุ้นละ 0.35 บาทในวันที่ 27 เมษายน 2565 และกําหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 11 เมษายน 2565

BPP มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักความยั่งยืนที่ประกอบด้วย สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social, and Governance: ESG) เพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน พิสูจน์ด้วยรางวัล Rising Star Sustainability Awards จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและล่าสุดยังได้รับการประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนจากสถาบัน S&P Global ด้วยคะแนนประเมินในระดับสูงมาก (Very High) และได้รับการคัดเลือกอยู่ใน Sustainability Yearbook 2022 พร้อมทั้งได้เข้าไปอยู่ใน SET100 และ SETHD สะท้อนความเชื่อมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจของบ้านปู เพาเวอร์ได้ที่ www.banpupower.com

 

ข้อมูลโรงไฟฟ้าและโครงการโรงไฟฟ้าของบ้านปู เพาเวอร์ ณ วันที่ 16 มีนาคม 2565

โรงไฟฟ้าและ

โครงการโรงไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการ
เชิงพาณิชย์
โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
จำนวน (แห่ง/โครงการ) 38 36 2
กำลังผลิตตามสัดส่วน
การลงทุน (เมกะวัตต์)
3,242 3,124 91

#bidennews #หมาป่าแห่งวอลสตรีท

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Back to top button